การคิดเชิงวิเคราะห์ : เครื่องมือสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

โดย อาจารย์ชลิดา เหลี่ยมวิเศษ 

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรรณบุรี

ทุนวิจัยปี 2559 : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

การคิดเชิงวิเคราะห์ : เครื่องมือสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

The Analytical Thinking Tools for the 21st Century Learning

 

บทคัดย่อ 

       การพัฒนาด้านการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้นเน้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของการทำงานในสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น  ดังนั้นแล้วการเตรียมความพร้อมทางด้านการศึกษาที่ควรมีสำหรับศตวรรษที่ 21 นั้น จึงควรพัฒนาสมรรถนะของครูผู้สอน พัฒนาวิธีการด้านการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะของผู้เรียนควบคู่ไปด้วยกันหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่ครูผู้สอนควรพัฒนาให้กับผู้เรียน คือ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาซึ่งครูผู้สอนสามารถนำเครื่องมือที่ช่วยในการคิดเชิงวิเคราะห์มาปรับใช้กับการเรียนการสอนร่วมกับการทำกรณีศึกษาได้ อย่างเช่น แผนภาพก้างปลา แผนภาพต้นไม้ และผังงาน เป็นต้น ในการนำเครื่องมือการคิดเชิงวิเคราะห์มาใช้นั้นจะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมกับปัญหานั้นได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งการพัฒนาทักษะนี้ให้กับผู้เรียนนั้น ถือเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการดำรงชีพที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได้ 

คำสำคัญ : การคิดเชิงวิเคราะห์ แผนภาพก้างปลา แผนภาพต้นไม้ ผังงาน

Abstract

       The education in the 21st century learning focuses on developing student about important skill for life and work environment most complicates. So, preparing in the education must have been in the 21st century are developing quality of instruction, techniques for learning and teaching. The important skill for the learner is critical thinking and problem solving skill is must be to improve in the instruction include with the case study  using by tools such as Fishbone Diagram, Tree Diagram, and Flow Chart. The tools are helping to find the real of cause of problem and optimal solution solving. There are benefits for learner to solving complex problems in the real world.

Keywords:  Analytical Thinking, Fishbone Diagram, Tree Diagram, Flow Chart

บทนำ

       การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 นั้นส่งผลให้หน่วยงานและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่างๆ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่สำคัญสำหรับการดำรงชีพและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของการทำงานในสังคมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นการเตรียมความพร้อมทางด้านการศึกษาที่ควรมีสำหรับผู้เรียนและผู้สอนในศตวรรษที่ 21 จึงควรประกอบด้วยการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอน เช่น การพัฒนาการเรียนการสอนที่ด้านทักษะสำหรับการดำรงชีวิตที่มีมากกว่าในเนื้อหาสาระวิชา กระบวนการเรียนการสอนต้องก่อให้เกิดองค์ความรู้ทางการศึกษาและต้องมีหลักสูตรการสอนที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย รูปแบบการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ  ฝึกสร้างองค์ความรู้ และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เข้าการการดำเนินชีวิตประจำวัน(Shu-Shing, 2014) อีกทั้ง การให้อิสระกับครูผู้สอนในการออกแบบและปรับปรุงหลักสูตรในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียน นอกจากด้านการศึกษาแล้วด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ได้ถูกนำมาปรับใช้กับกระบวนการทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยด้วยตนเองและช่วยฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะการรู้เรียนเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและรู้เท่าทันเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้เนื้อหาวิชาการ เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาให้ให้คุ้มค่าในการเรียนรู้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด (ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์และยุทธนา พันธ์มี, 2557)

เนื้อเรื่อง

       รูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันจะเน้นให้ครูผู้สอนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้เนื้อหาสาระวิชาผ่านวิธีการสอนแบบการบรรยายเนื้อหาให้กับผู้เรียนจำนวนมากในชั้นเรียน ผู้เรียนจะนั่งฟังและจดตามผู้สอน วิธีการสอนนี้จะทำให้ผู้เรียนเกิดความเคยชินกับการเป็นผู้รอรับความรู้จากครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ผู้เรียนขาดการศึกษา การแสวงหาความรู้เพิ่มเติมนอกชั้นเรียนและยังขาดทักษะการคิดหาแนวทางแก้ปัญหาเมื่อได้ลงมือกระทำหรือเรียนรู้ด้วยตนเองนอกห้องเรียน เนื่องมาจากผู้เรียนไม่ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเมื่ออยู่ในชั้นเรียน ดังนั้นการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัฒน์ นักการศึกษาจึงหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้สามารถดำรงชีวิตได้ในยุคสมัยที่มี การเปลี่ยนแปลงไป จากการรวมกลุ่มของผู้นำทางด้านการศึกษา อีกทั้งนักนโยบายด้านระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (K-12) และภาคธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเช่น บริษัทไมโครซอฟต์ บริษัทแอปเปิล บริษัทซิสโก้  เป็นต้น รวมตัวก่อตั้งเป็นเครือข่ายองค์กรความร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st Century Skills) หรือเครือข่าย P21 ขึ้นเมื่อปี 2002 เพื่อเสนอกรอบแนวคิดของทักษะการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นของระบบการศึกษาในระดับชาติที่เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาสำหรับผู้เรียนการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ที่สอดคล้องต่อการดำรงชีพในศตวรรษที่ 21 (P21, 2015)โดยกรอบแนวคิดนี้แสดง ดังภาพที่ 1

 

ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 

ที่มา : http://www.p21.org/our-work/p21-framework

       จากภาพที่ 1 สามารถอธิบายองค์ประกอบของกรอบแนวคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้ดังนี้  การพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ให้กับผู้เรียนที่นอกเหนือจากการเรียนในกลุ่มสาระวิชาหลัก (Core Subjects) ประกอบด้วย ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ ด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ด้านการสื่อสาร (Communication) และความร่วมมือ (Collaboration) หรือที่เรียกว่า“ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม 4Cs” นอกจากนี้ยังมีทักษะด้านสารสนเทศและเทคโนโลยี ทักษะด้านชีวิตและอาชีพและทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ หลัก 3Rs  โดยหลัก 3Rs ประกอบด้วย Reading (การอ่านออก), (W)Riting (การเขียนได้), และ(A)Rithemetics (การคิดเลขเป็น) ทักษะดังกล่าวนี้ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะและสมรรถนะที่สามารดำรงชีวิตได้ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ในปัจจุบัน  

       นอกจากทักษะในด้านต่างๆ ที่ต้องพัฒนาให้กับผู้เรียนแล้วนั้น ลักษณะของห้องเรียนที่สนับสนุนรูปแบบการเรียนการสอนตามกรอบแนวคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยลักษณะของห้องเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 แสดงดังภาพที่ 2

 

ภาพที่ 2 ลักษณะห้องเรียนในศตวรรษที่ 21  
ที่มา : http://www.opencolleges.edu.au/infographic/21st_century_classroom.html


        จากภาพที่  2 แสดงถึงลักษณะของห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 ที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการเรียนการการสอนที่ครูผู้สอนนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาใช้การสอนเป็นหลัก ครูผู้สอนสามารถสอนผ่านสื่อบทเรียนและเกมการศึกษาออนไลน์หรือจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการทำโครงการพื้นฐานที่สอดคล้องกับทักษะการใช้ชีวิตที่เน้นการนำสถานการณ์จริงในโลกเป็นห้องเรียนที่นำมาปรับใช้กับทักษะการดำเนินชีวิต ส่วนที่สำคัญของห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 คือ การให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายและการนำเครือข่ายสังคมออนไลน์  (Social Network) มาปรับใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งจากลักษณะของห้องเรียนที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้กับผู้เรียนก่อให้เกิดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่และช่วยกระตุ้นให้ครูผู้สอนมีการพัฒนาสื่อการสอนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงครูผู้สอนยังสามารถวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามประเด็นที่ผู้เรียนให้ความสนใจและวัดผลสำเร็จในการเรียนการสอนได้ นอกจากนี้แล้วลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่ควรจะมีเพื่อให้สามารถดำรงชีพได้นั้น อย่างเช่น ทักษะด้านภาษา ทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ความสามารถในการหาความรู้ใหม่ และทักษะการคิดสำหรับการแก้ไขปัญหา เป็นต้น 

       สำหรับผู้เรียนศตวรรษที่ 21 ทักษะการคิดสำหรับการแก้ไขปัญหาถือเป็นทักษะหนึ่งที่สำคัญ ที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในสังคมการทำงานและการดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21ดังนั้นการพัฒนาและฝึกฝนให้ให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครูผู้สอนที่ต้องนำมาใช้ในการเรียนการสอนด้วยเช่นกัน กระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์จะเป็นการจำแนก แยกองค์ประกอบของปัญหาเป็นส่วนๆเพื่อตรวจสอบหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลและหาข้อสรุปและประเมินแนวทางแก้ไขในปัญหานั้น (เกรียงศักดิ์, 2549 : 2) การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ได้มีการนำเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา อย่างเช่นแผนภาพก้างปลา (Fishbone Diagram) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น ทารัน (Tarun K. B., 2012) ได้นำมาใช้ในการการวิเคราะห์ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการทางธุรกิจ ผลจากการวิเคราะห์แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน อย่างเช่น การขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสม ข้อผิดพลาดในการบริหารงานบุคคล สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานไม่เหมาะสม ซึ่งปัญหาดังกล่าวมาจากกระบวนการจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ นอกจากนี้กอร์เกและคาร์เมน (Gheorghe and Carmen, 2010) ได้นำมาใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุของความเสี่ยงจากเหตุการณ์ต่างๆ  ผลจากการวิเคราะห์สามารถจัดกลุ่มของสาเหตุหลักและสาเหตุรองที่เป็นสาเหตุของปัญหาด้านความเสี่ยงที่มีอยู่ในการดำเนินงานขององค์กรซึ่งข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ค่าน้ำหนักของแต่ละสาเหตุที่ต้องจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขต่อไปหลังจากทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงแล้วนั้น ในลำดับต่อไปเป็นขั้นตอนของการหาแนวทางหรือมาตรการสำหรับการแก้ไขปัญหา ซึ่งเครื่องมือที่นำมาใช้ คือ แผนภาพต้นไม้ (Tree Diagram) การนำแผนภาพต้นไม้มาใช้นั้นเพื่อให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหานั้นๆ (Qiang W.,2010) ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหานั้น โดยปกติและจะมองที่ปัญหาแล้วหาทางแก้ไขโดยไม่ผ่านการวิเคราะห์ปัญหาซึ่งต่างจากการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยคิดเชิงวิเคราะห์ ดังภาพที่ 3 

  

ภาพที่ 3 กระบวนการหาแนวทางแก้ไขปัญหา 

ที่มา: เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, 2549 

      และขั้นสุดท้ายการนำแนวทางการแก้ไขปัญหาไปปฏิบัติต้องดำเนินงานตามกระบวนการซึ่งได้นำ ผังงาน (Flow Chart) มาเป็นกรอบการปฏิบัติซึ่งผังงานจะแสดงขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามลำดับและตามเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและตรงตามเป้าหมาย ตัวอย่างการนำผังงานมาใช้ในการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ เช่น การนำผังงานมาใช้ในการแสดงขั้นตอนการเสนอหนังสือราชการภายนอกของงานธุรการและสารบรรณ ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ E-Document) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา การนำมาใช้ในการแสดงขั้นตอนการเบิกจ่ายงบประมาณของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีของสำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยพายัพ เป็นต้น

       การพัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการคิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบนั้น ครูผู้สอนสามารถนำกรณีศึกษามาใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการวิเคราะห์ เพื่อหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่แสดงถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมโดยครูผู้สอนสามารถนำเครื่องมือในการวิเคราะห์มาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาตามลำดับโดยลำดับแรกเริ่มจากการใช้แผนภาพก้างปลาในการ แยกประเด็นที่เป็นสาเหตุของปัญหาทั้งที่เป็นสาเหตุหลักและสาเหตุรอง ซึ่งจากการใช้แผนภาพก้างปลาในการวิเคราะห์ช่วยฝึกให้ผู้เรียนแยกประเด็นปัญหาได้อย่างชัดเจนไม่เกิดความซ้ำซ้อนกันในแต่ละประเด็นปัญหาลำดับที่สองใช้แผนภาพต้นไม้ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามประเด็นต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้หาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมให้กับแต่ละประเด็นปัญหาได้อย่างครบถ้วน และลำดับสุดท้ายการใช้ผังงานวางกรอบแนวทางสำหรับการปฏิบัติตามแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ครูผู้สอนอาจนำกรณีศึกษาต่างๆ เช่น กรณีศึกษาเกี่ยวกับภัยจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือกรณีศึกษาผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์จากกรณีศึกษาจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและสามารถนำแนวทางการแก้ไขไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ทั้งนี้การนำกรณีศึกษามาใช้ในการเรียนการสอนแสดงดังตัวอย่างที่ 1 

       ตัวอย่างที่ 1  แนวทางการใช้เครื่องมือการคิดเชิงวิเคราะห์ในการเรียนการสอนในรายวิชา 1031206 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี  กรณีศึกษา: ผลกระทบด้านสุขภาพจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี   

ขั้นตอนที่ 1 : การวิเคราะห์ปัญหาด้วยเครื่องมือแผนภาพก้างปลา

 

ภาพที่ 4 การวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือแผนภาพก้างปลา 

       จากภาพที่ 4 ผู้เรียนได้ทำการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการเกิดโรคจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีโดยแบ่งประเด็นปัญหาหลักเป็น 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. ด้านพฤติกรรมของผู้ใช้งาน          2. ด้านอุปกรณ์และ 3. ด้านสภาพแวดล้อมซึ่งในแต่ละประเด็นปัญหาหลักผู้เรียนสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุรองของประเด็นปัญหาได้ดังนี้ สาเหตุรองจากปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ใช้งาน คือ วิธีการนั่งไม่ถูกต้อง สาเหตุรองจากปัจจัยด้านอุปกรณ์ คือ ไม่ได้ทำความสะอาดและสาเหตุรองจากปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม คือ แสงสว่างไม่เพียงพอ ดังนั้นแล้วในแต่ละปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาต้องได้หาแนวทางการแก้ไข ซึ่งผู้เรียนจะต้องดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 ต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 : การวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยเครื่องมือแผนภาพต้นไม้

 

 

ภาพที่ 5 การวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือแผนภาพต้นไม้ 

       จากภาพที่ 5 เป็นการหาแนวทางการแก้ไขในแต่ละประเด็นปัญหา โดยมีการกำหนดเป้าหมายที่แก้ไข คือ การป้องกันโรคจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี จากการนำเครื่องมือแผนภาพต้นไม้มาใช้ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาสามารถแบ่งระดับของแนวทางได้ 2 ระดับ อย่างเช่นจากภาพที่ 5 แนวทางแก้ไข แบ่งเป็น 2 มาตรการโดยมาตรการขั้นที่ 1 ประกอบด้วย การทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ  การฝึกท่านั่งให้ถูกวิธี และการใช้โคมไฟเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ ในกรณีผู้เรียนได้นำแนวทางแก้ไขปัญหาตามมาตรการที่ 1 ไป ใช้แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก็จะนำแนวทางแก้ไขในมาตรการที่ 2 มาใช้ ซึ่งประกอบด้วย การล้างมือหลังจากการใช้อุปกรณ์ทุกครั้ง การเลือกใช้เก้าอี้ที่เหมาะสม และปรับเปลี่ยนสถานที่ใช้งาน จากการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยใช้เครื่องมือแผนภาพต้นไม้นั้นช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหาได้ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 3 : การออกแบบผังงาน ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านความสะอาดของอุปกรณ์

 

ภาพที่ 6 ผังงานการทำความสะอาดอุปกรณ์ 

       จากภาพที่ 6  ได้เลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการทำความสะอาดอุปกรณ์มาใช้ในการป้องกันโรคจาการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีจากผังงานแสดงลำดับและขั้นตอนการดำเนินการที่ต่อเนื่องมาจากการเลือกแนวทางการแก้ไข โดยเริ่มจากการเลือกซื้อน้ำยาทำความสะอาดอุปกรณ์จากนั้นดำเนินการทำความสะอาดทุกๆ 1 สัปดาห์แล้วตรวจสอบผลว่าน้ำยาทำความสะอาดสามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้หรือไม่ ในกรณีที่น้ำยาไม่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้ก็จะไปเริ่มขั้นตอนการเลือกซื้อน้ำยาทำความสะอาดชนิดใหม่มาใช้งานแทน ในกรณีที่น้ำยาทำความสะอาดสามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้ก็จะดำเนินการใช้น้ำยาทำความสะอาดนั้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าการออกแบผังงานนั้นช่วยให้การดำเนินงานทำได้อย่างเป็นขั้นตอน และสามารถทราบจุดบกพร่องในขั้นตอนนั้นได้

 

บทสรุป

       การนำเครื่องมือการคิดเชิงวิเคราะห์อันประกอบด้วย แผนภาพก้างปลา แผนภาพต้นไม้ และผังงาน  มาปรับใช้ในการเรียนการสอนนั้น เพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงวิเคราะห์ให้กับผู้เรียนซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนสามารถสืบค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาทั้งประเด็นที่เป็นปัญหาหลักและประเด็นที่เป็นปัญหารองได้ อีกทั้งการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีความเหมาะสมกับแต่ละปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหานั้น จะนำมาสู่การการตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมที่สุดและนำมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน เครื่องมือการคิดเชิงวิเคราะห์นี้ผู้เรียนสามารถนำไปปรับใช้กับการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ในการดำเนินชีวิตและการทำงานในสังคมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในปัจจุบันได้

เอกสารอ้างอิง

P21 Framework Definitions document.(2015). Retrieved January 16, 2016, from The Partnership for 21st Century Learning website, http://www.p21.org/our-work/p21-framework

Shu-Shing, L., David, H., & Laik, W.T.(2014). Toward 21st Century Learning: An Analysis of Top Performing Asian Education Systems’ Reforms. Asia-Pacific Edu Res. 23(4), 779–781. DOI 10.1007/s40299-014-0218-x

Tarun K. B. (2012). Application of Fishbone Analysis for Evaluating Supply Chain  and Business Process-a case study on the St James hospital International Journal of Managing Value and Supply Chains (IJMVSC).Vol. 3, No. 2, June 2012 

Gheorghe I. & Carmen N.(2010). Application of Fishbone Diagram to Determine the Risk of an Event with Multiple causes Management Research and Practice. Vol. 2 Issue 1 (2010) p: 1-20

Qiang W. (2010). Drawing Tree Diagrams: Problems and Suggestions Journal of Language Teaching and Research, Vol. 1, No. 6, pp. 926-934, November 2010.

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2549). การคิดเชิงวิเคราะห์. กรุงเทพฯ : ซัคเซสมีเดีย.5

ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์และยุทธนา พันธ์มี. (2557). การพัฒนาสมรรถนะนักศึกษาวิชาชีพครูด้านการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษที่ 21. สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2559. สืบค้นจาก http://teachers4cs.

blogspot.com/

การเสนอหนังสือราชการภายนอกของงานธุรการและสารบรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2559. สืบค้นจาก http://www.vpress.nrru.ac.th/center/index.php?

option=com_content&view=article&id=54:2011-04-04-08-19-02&catid=38:2011-04-04-08-10-11&Itemid=87

การเบิกจ่ายงบประมาณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2559. สืบค้นจาก http://www.ubu.ac.th/web/content.php?content=2600000575

แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยพายัพ. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2559. สืบค้นจาก http://www.payap.ac.th/report53/index.php/administrative/33-it/35

ผู้เขียน

ชลิดา เหลี่ยมวิเศษ

อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ หลักสูตรคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ดาวน์โหลดเอกสารบทความวิจัย  artical_chalida_2015.pdf